การเรียนเภสัช

การเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ ตอนที่ 1 : ภาพรวม ปฐมบท

การที่เราจะเลือกเรียนในคณะใด สักคณะหนึ่ง แน่นอน เราก็ควรรู้ว่า ต้องเรียนอะไรบ้าง อย่างตอนพี่จะเลือกคณะ เอาตรงๆนะ พี่ไม่เคยสัมผัสเลยว่า งานที่เภสัชกรทำจริงๆเนี่ย มันเป็นยังไงบ้าง แต่พี่เอาหลักสูตรมากางเลยว่า แต่ละคณะมันต้องเรียนเกี่ยวกับวิชาอะไรบ้าง แล้วเราชอบไหม น่าสนใจไหม อยากเรียนไหม พี่ทำแบบนี้จริงๆนะ เพราะอย่างน้อยๆ เราก็ต้องอยู่กับมันไปอีก 6 ปี

ทีนี้พี่คิดๆดูแล้ว ว่าจะอธิบายแบบไหนดี ลงรายละเอียดขนาดไหน แล้วพี่ก็พบว่า ถ้าอยากรู้แบบละเอียดจริงๆ มันมีรายละเอียดเยอะมาก ในการเรียน 6 ปี ของน้องๆ พี่เลยแยกออกเป็น 7 ตอน ตอนนี้เป็นตอนแรกโดยจะพูดรวมๆว่าใน 6 ปีนี้ เป็นยังไงบ้าง จากนั้นอีก 6 ตอน จะลงรายละเอียดไปว่า ในแต่ละปี มันเป็นยังไงบ้าง แต่ทีนี้ ในแต่ละมหาวิทยาลัย ก็มีหลักสูตรและการเรียนการสอนที่ต่างกันไปบ้าง หรือบางครั้งก็เหมือนกัน แต่มีชื่อวิชาที่ต่างกัน ดังนั้นในบทความนี้ จะขอยึดจากหลักสูตร หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2556 ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นหลักนะครับ

อย่างที่บอกไปแล้วว่าพี่จะขอยึดจากหลักสูตรของ มข. เป็นหลัก ซึ่งอาจจะแตกต่างกับมหาวิทยาลัยอื่นไปบ้าง ในแง่ของชื่อวิชา และการบริหารจัดการหลักสูตร อย่างเช่น มข. จะมีการเลือกสาขาที่จะเรียนตอนปี 4 แต่บางมหาวิทยาลัย ก็เลือกตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 เลย ทำให้ของ มข. กว่าจะได้เรียนวิชาเฉพาะของสาขา ก็ต้องปี 4 ขึ้นไป แต่ในบางมหาวิทยาลัยที่มีการเลือกสาขากันตั้งแต่สอบเข้า ก็อาจได้เรียนวิชาเฉพาะของสาขานั้นๆบ้างตั้งแต่ปีต้นๆ อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมนั้น หลักสูตรของคณะเภสัชศาสตร์ แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีความคล้ายคลึงกัน และมีวิชาพื้นฐานและวิชาแกนต่างๆเหมือนกัน

สำหรับตัวพี่เองนั้น จบจากหลักสูตรแบบ 5 ปี แต่เท่าที่พี่ดูหลักสูตร 6 ปี ก็พบว่าไม่ได้แตกต่างจาก 5 ปี มากนัก หลักๆเลยก็คือ มีการเพิ่มชั่วโมงการฝึกงาน (ขึ้นมาอีกเกือบ 1 ปี) แล้ววิชาไหนที่เนื้อหามันหนักมากๆ ก็มีการแยก กระจายออกไปเป็น 2-3 วิชา ซึ่งพี่ว่ามันก็ดีนะครับ เพราะทำให้เรามีเวลามาลงรายละเอียดกับแต่ละวิชาได้มากขึ้น หรือเนื้อหาในบางรายวิชาที่ต้องฝึกทักษะ การแยกออกมา ก็ทำให้เราได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น

เอาละ มาดูกันดีกว่าว่า เภสัชศาสตร์ เรียนกันไป 6 ปี เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

ปี 1 : เป็นปีแห่งความสดใส ทุกอย่างดูสวยงาม ได้เจอเพื่อนคณะอื่นอยู่บ่อยๆ (ใครอยากมีแฟนเรียนคณะอื่นก็รีบหาซะตั้งแต่ ปี 1) สำหรับวิชาที่เรียนในปี 1 ส่วนมากเป็นวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งส่วนมาก จะเป็นเนื้อหาที่น้องๆเคยเรียนกันมาใน ม.ปลาย อยู่แล้ว ประมาณว่ารวมเนื้อหา ม.4 ม.5 ม.6 มาอยู่ในเทอมเดียว อาจมีเพิ่มเติมบ้างนิดหน่อย สำหรับใครที่มีพื้นฐานตอน ม.ปลาย ดี มันก็จะเป็นปีที่ง่ายมาก แล้วน้องจะรู้ว่าจริงๆเนื้อหา ม.ปลาย มันไม่เยอะเลยสักนิด การได้มาเรียนรอบ 2 จะทำให้น้องสามารถตกตะกอนความรู้และความเข้าใจของน้องได้อย่างดี สำหรับพี่ มันเป็นปีที่มีความสุขและสนุกที่แล้วละ  อาจมีอิจฉาเพื่อนๆคณะอื่นบ้าง ที่เค้าดูจะชิวๆกว่าเรา แต่เชื่อเถอะครับว่า ไม่มีปีไหน ชิวเท่าปี 1 อีกแล้ว

ปี 2 : ปี 2 กับ ปี 1 ช่างแตกต่าง จริงๆเนื้อหาของ ปี 2 ไม่ได้ยาก แต่มันเยอะ เป็นปีที่ใช้ทักษะการจำและการท่องเยอะมากๆ เพราะน้องจะเจอกับวิชาแกนของเหล่านักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ วิชาคณะแพทย์ทั้ง 4+1+2 (+1 คือเรียนตอน summer ปี 1 ก่อน 1 วิชา และ +2 คือได้เรียนปี 3 อีก 2 วิชา ไม่ได้เรียนในตอนปี 2 ทั้งหมด) พี่ไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยอื่นที่เค้าไม่มีคณะแพทย์เค้าจัดการเรียนการสอนยังไง แต่ถ้าเป็น มข. วิชาแกนของคณะแพทย์จะเรียนที่คณะแพทยศาสตร์เลย ซึ่งนักศึกษาในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพจะได้เรียนเหมือนกันทั้ง 7 วิชา ได้แก่ Anatomy, Microbiology, Biochemistry, Parasitology, Pathology, Physiology และ Pharmacology  แต่จะต่างกันตรงหน่วยกิตที่ได้เรียน ถ้าเป็นคณะเภสัช หน่วยกิตของวิชาคณะแพทย์จะน้อยกว่าที่ นศ.คณะแพทย์เรียนทั้งหมด ยกเว้นวิชา Pharmacology ที่ นศ.เภสัช จะได้เรียนมากกว่า นอกจากนี้น้องจะเริ่มได้เรียนวิชาของคณะเภสัช ที่เป็นพวกตัวพื้นฐานในปี 2 ด้วย

ปี 3 : เนื้อหาน้อยกว่าปี 2 (นิดนึง) แต่ค่อนข้างยากกว่า เอาจริงๆถ้าน้องผ่านปี 2 มาได้ ปี 3 ก็ไม่มีอะไรยากครับ แต่ปี 2 มันจะเป็นวิชาท่องซะเยอะ ส่วนปี 3 นี่เน้นใช้จินตนาการและความเข้าใจเยอะ น้องจะเรียนวิชาคณะแพทย์อีก 2 ตัวที่เหลือคือ Pathology กับ Pharmacology (ที่เรียนถึง 8 หน่วยกิต) ในส่วนของวิชาคณะก็จะเริ่มเข้มข้นมากขึ้น ตัวอย่างวิชาคณะที่น้องจะได้เรียนในปี 3 คือ Pharmaceutical Care, Pharmaceutical Analysis, Pharmacognosy, Biopharmaceutic และอื่นๆอีกมากมาย

ปี 4 : เยอะ + เน้นประยุกต์ เอาจริงๆพอมาถึง ปี 4 น้องก็เริ่มชินละครับ รู้สึกสบายกว่าปี 2 ปี 3 ด้วยซ้ำ แม้ว่าเนื้อหามันจะหนักกว่าเล็กน้อย ในปี 4 นี้ วิชาไม่ใช่วิชาที่เป็นพื้นฐานหรือทฤษฎีจ๋า อีกต่อไป แต่จะเริ่มเป็นวิชาที่เริ่มเอาวิชาจาก ปี 2 และ 3 ไปใช้จริงมากขึ้น สำหรับที่ มข. นั้น จะมีการแยกสาขาวิชาที่เรียนตอนปี 4 เพราะฉะนั้นในปี 4 น้องจะเริ่มได้เรียนวิชาเฉพาะสาขาที่น้องเลือกเรียน นอกจากนี้ยังมีฝึกงานตอน summer ด้วยครับ

ปี 5 : ปี 5 น้องยังคงได้เรียนวิชาคณะอยู่บ้าง แต่จะหนักไปทางวิชาเฉพาะสาขาที่น้องเลือกเรียน พี่ว่าปี 5 น้องจะได้กลับมาชิวบ้างอีกครั้ง แล้ววิชาเฉพาะสาขาก็เป็นวิชาที่น้องเลือกเรียนเองซะเป็นส่วนมาก เพราะฉะนั้นน้องน่าจะมีความสุขกับการได้เรียนในสาขาและวิชาที่ชอบและอยากเรียน แต่อย่าลืมทำสัมมนากับโปรเจคจบล่ะ

ปี 6 : ปี 6 ฝึกงานยาวไปเลยครับ เป็นการประยุกต์เอาสิ่งที่น้องเรียนมา 5 ปี มาใช้กับการทำงานจริงๆ ภายใต้การดูแลของพี่ๆแหล่งฝึกงาน แหล่งฝึกงานจะต่างกันไปตามสายที่น้องเลือกเรียนครับ

อ่านต่อ
การเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ ตอนที่ 2 : ปี 1 สดใส ลั้ลล้า
การเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ ตอนที่ 3 : ปี 2 Welcome to คณะแพทย์
การเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ ตอนที่ 4 : ปี 3 ฝ่าด่านอรหันต์ กลุ่มวิชาชีพบังคับ
การเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ ภาค 5 : ปี 4 ทางเลือก
การเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ ตอนที่ 6 : ปี 5 ทางเดินที่แตกต่าง
การเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ ตอนที่ 7 : ปี 6 นักบินฝึกหัด


Share this:

Comments

comments

Posted in การเรียนเภสัช.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

87 − 78 =