สำหรับคนที่ท้อแท้และผิดหวังในการเรียน….อยากให้อ่าน

เรื่องนี้ พี่ไม่ได้เขียนเองนะครับ พี่ไปเจอบทความนี้ตอนปี 2553 ซึ่งเป็นโพสต์ของ KZ Wanzer ในกระทู้การรวมกลุ่มชาว TOYOTA OFF ROAD รู้สึกชอบมากๆ และเคยโพสต์ไว้ที่เว็บบอร์ด dek-d ครั้งนึงเมื่อนานมาแล้ว นับจากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 6 ปีแล้ว แต่ทุกครั้งที่พี่รู้สึกท้อแท้ เมื่อพี่กลับไปอ่านเรื่องนี้ ก็จะรู้สึกมีกำลังใจทุกครั้ง อยากให้น้องๆที่กำลังรู้สึกท้อแท้ได้อ่านกันครับ

สำหรับคนที่ท้อแท้และผิดหวังในการเรียน….อยากให้อ่าน

เมื่อก่อน พ่อผมให้เรียนครู ….แบกกระเป๋าสองใบ หนีออกจากบ้าน ทำงานกรรมกรแบกหาม ก่อสร้าง….

อ่านหนังสือ ข้างเสาไฟทางด่วน ตอนนั้น ที่หนีออกจากบ้าน ไปเป็นกรรมกร ที่สวนสัตว์ปิดเขาเขียว ใครได้ไป ช่วยคิดถึงผมนิดนึง ที่ไปเป็น คนงานก่อสร้างที่นั่น เมื่อ 15 ปีที่แล้วครับ …. น้อยใจมากตอนที่อยู่ที่นั่น เป็นปีๆ …..

ผมได้ซ่อมจักรยานเด็กน้อย BMX ของลูกเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ตอนที่เด็กมันปั่นออกมา แล้ว โซ่ตก เบรคติด….

แล้วแม่เด็กแกเดินออกมา เรียกเด็กเข้า บ้าน แล้วบอกว่า “อย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้ลูก มันคนละระดับ” เด็กก็เถียง “แต่แม่น่ะ พ่อไม่เคยเห็นซ่อมจักรยานให้หนูเลย แต่พี่เค้าทำให้ทุกวันเลยนะฮะ” “เอ๊ะ ต้นลูก แม่บอกว่าอย่าไปยุ่งกับเค้า ก็อย่าไปยุ่งสิ ….เดี๋ยวนี้เถียงแม่เหรอ!!!” …แล้วก็ตีเด็กอีกหลายที สุดท้ายก็ลากเข้าบ้าน ….หลังจากนั้น เด็กต้น ก็ลอบมองดูผมจากระเบียงบ้าน …..

ออกมาปั่นจักรยานหน้าบ้าน ผมเดินผ่าน ก็เรียกผม “พี่ปืนๆๆ” อยู่หลายวัน …..ตั้งแต่วันที่น้องถูกแม่ตี ผมก็ไม่สุงสิง ไม่มองหน้า ไม่คุยด้วยกับน้องอีกเลย… เพราะถ้าผมคุยด้วย เดี๋ยว เด็กต้น จะถูกแม่มันตีอีก…. คิดอยู่ในใจ “เออออ โว้ยยยยยย… กูมันคนงานก่อสร้าง …แล้วกูเป็นคนดีไม่ได้เหรอไงว่ะ”

ผมหนีออกจากบ้านตอนนั้น …เอากระเป๋าไป 2 ใบ ใบแรกเป้สพายหลัง มียีนส์ 2 ตัว เสื้อยืด 4 ตัว ….กระเป๋าอีกใบ ตำราล้วนๆๆ ฟิสิกส์ คณิต เคมี อังกฤษ อย่างน้อยวิชาละ 3-4 เล่ม ต่างคนแต่ง ต่างสำนักพิมพ์ ผมหิ้วตำรา Entrance ไม่น้อยกว่า 40 เล่มในกระเป๋าใบนี้ …. Foreman ก่อสร้าง ยังด่าผมว่า “มึงก็คนงานก่อสร้าง หัวอย่างมึง อย่างกู คิดจะอ่านตำราไปทำสากกะเบือ อะไรว่ะ …..อย่างมากมึงก็ Foreman หว่ะ”

….. ใน ไซด์คนงานก่อสร้าง เค้าใช้ Generator ปั่นไฟ ตัดไฟตอนทุ่ม ……หลังจากเค้าตัดไฟ ผมก็หิ้วกระเป๋าตำรา เดินไปอีก 6 กิโล เพื่อให้ถึง ถนนใหญ่ …แล้วใช้ไฟข้างถนน เพื่ออ่านหนังสือ Entance จนถึงตี 4 …แล้วเดินกลับ Camp คนงาน ถึงตอนตี 5….. นอน 3 ชม. ตื่นไป แบกปูน เทบล็อค ตอกไม้พิมพ์ มัดลวดโครงสร้าง อ๊อกเหล็ก ยิง Rivet มุ้งลวดเดินสายไฟ …ทำแม่ง ทุกอย่างที่ลูกพี่สั่ง ….แต่หิ้วกระเป๋าไปอ่านหนังสือ ที่ถนนใหญ่ ผมทำทุกวัน ทำทั้งปี ที่เป็นคนงานก่อสร้าง…..

….ตอนไปสมัคร Entrance ที่ ม.ขอนแก่น ก็โบกรถไป เค้ารับมั่ง เดินมั่ง….เดินไปโบกรถไปถึง ม.ขอนแก่น ใช้เวลา 4 วัน จากสวนสัตว์เขาเขียว !!!!

ไม่มีค่ารถ เพราะมีเงินแค่ 200 ….คิดอยู่อย่างเดียว “กูอ่านตำรา Entrance มาเป็นปีๆ ลำบากอดทนตั้งเท่าไหร่” พอไปถึง ศาลาพระราชทานปริญญาบัตรหลังเก่า หน้าคณะศึกษาศาสตร์ ..ที่ที่ใช้สมัครสอบ Entrance….

เด็กทุกคนเค้าใส่ชุดนักเรียน ม.ปลาย สะอาดสะอ้าน มีพ่อ-แม่ พามาโอ๋ลูกๆ ….แล้วผม คนงานก่อสร้างที่หนีออกจากไซด์ก่อสร้างตอนบ่าย เพื่อไปสมัครสอบ Entrance ให้ทัน!!! ใส่เสื้อแขนยาวที่เลอะฝุ่นปูน รองเท้า safety เน่าๆ ที่ซื้อมือสองตอนที่เริ่มทำงานก่อสร้างเมื่อปีที่แล้ว ..ไม่ได้อาบน้ำมา 4 วัน ข้าวตอนที่เดินทาง ซื้อข้าวเหนียว 3 ห่อ ห่อละ 5 บาท (ประหยัดเงินให้มากที่สุด กลัวไม่พอค่าสมัครสอบ) เดินทาง 4 วัน (ทั้งๆ ที่คะเนว่า 3 วัน) กินข้าวเหนียวที่ว่า วันละห่อ วันสุดท้ายของการเดินทาง อด!!

…… สุดท้ายผมก็ไปถึง ศาลาพระราชทานปริญญาบัตรหลังเก่า ทันวันสมัครสอบวันสุดท้ายพอดี …แต่ ผม ก็ได้แต่ยืนร้องไห้หน้าศาลาฯ เพราะความพยามของผม สูญเปล่า!! …ผมมีเงิน 200 …ค่าธรรมเนียมสมัครสอบ 205 บาท ค่าใบสมัคร 55 บาท ค่าลงทะเบียน พร้อมออกใบลงทะเบียนผู้สมัคร 35 บาท!!!! ผมมีเงิน แค่ 200 บาท ทั้งที่พยายามมาขนาดนี้ ….. และพอหมดเวลารับสมัคร ผมก็ยังยืนอยู่หน้าศาลาฯ เพระด้วยอะไรๆ หลายๆ อย่าง ทั้งเจ็บแค้น ทั้งเจ็บใจ ทั้งโมโห ทั้งหมดใจ …สารพันความคิดประดังประเด ….แล้วท่านอาจารย์ประสิทธิ์ (..ขอเอ่ยนามนะครับอาจารย์ ) แกก็ถามผมว่า “มาทำอะไร” …”ผมมาสมัครสอบครับ ” “อ้าว…. แล้วไม่เข้าไปล่ะ ตอนนี้หมดเวลารับสมัครแล้วนะ” ….ผมจะเข้าไปได้อย่างไร …ผมก็ได้แต่ยืนร้องไห้ แล้ว ยื่นเงิน 200 บาท ให้แกดู….แกก็หยิบเงินจากมือผมไป

แล้วแกก็พาผมเดินเข้าไปในศาลาฯ เอาใบสมัครมาให้กรอก แล้ว..ลงทะเบียนต่างๆ นาๆ …กับรุ่นพี่คณะศึกษาศาสตร์ที่มาช่วยงานลงทะเบียน แล้วเก็บเอกสาร (…ซึ่งผมขอโทษ รุ่นพี่ทุกท่านในตอนนั้นที่ผมไม่สามารถ จำชื่อพี่ๆ ที่มีพระคุณกับผมได้) …. ลงทะเบียนให้ผมได้จนเสร็จ …ก่อนที่ผมจะลากลับ …อาจารย์ ได้เดินมาเอาเงิน 200 ของผม มาใส่มือให้ บิกว่าเอาไปกินข้าว และเป็นค่ารถกลับบ้าน (….ค่าสมัครสอบ Entrance ที่ต้องจ่าย ผมได้ฟรี จาก อาจารย์ และรุ่นพี่ที่ผมกล่าวถึง)…เหลือเพียงคำพูดสุดท้ายก่อนจาก “สอบวิศวะฯ อย่างที่อยากเรียนให้ได้นะ…..” (เพราะผมลงคณะเดียวทั้ง 4 อันดับ)

…แล้วผมก็เป็นผมอย่างนี้ มาจนวันนี้ หลังจากที่เรียนจบ ตอน 24 เข้า 25 ….กลับบ้านไปบวชให้พ่อ และทำงานตอน 25 เข้า 26 …รับค่าแรงครั้งแรก 4,562 บาท (…. กับตำแหน่ง เด็กฝึกงานเขียนแบบ) …. สองปีครึ่งให้หลัง ย้ายที่ทำงาน กับตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม ตอน 27 เข้า 28 จนมาถึงปัจจุบัน 31 ปี กับค่าแรง …. + ค่าตำแหน่ง ….. (..ผมขออนุญาติ ไม่เอ่ยถึง)

……ขอโทษ น้องพู น้องพริม น้องจอมซน และทุกๆ ท่าน ที่เข้ากระทู้นี้ด้วย ที่ผมเอาเรื่องของผมมาแทรกในกระทู้ ผมก็เล่าเรื่องของผมให้ลูกน้องในส่วนงานทุกคนฟังเสมอๆ….. ว่ากว่าจะมาเป็นผม วันนี้ฯ

สุดท้ายนี้ ผมขอ ให้ ท่านอาจารย์ประสิทธิ์ และรุ่นพี่ที่ช่วยผมในวันสมัครสอบ Entrance ที่ ม.ขอนแก่น ในวันนั้น ให้รู้ว่าน้องคนนี้ ทำได้อย่างที่ อาจารย์ และพี่ๆ สั่งแล้วครับ แม้ว่าหลังประกาศผลสอบแล้ว …ผมกลับไปหาพี่ๆ ..แล้วไม่พบ เพราะเรียนจบไปแล้วก็ตาม …หากผ่านมาอ่าน ขอให้รู้ว่าน้องกรรมกรก่อสร้างที่เขาเขียว “ทำได้อย่างที่พี่สั่ง ..ได้แล้วครับ !!!”
หากน้องๆ ได้อ่าน ….จงตั้งใจเสีย ยิ่งหากมีแต้มต่อมากกว่าผม ขอให้ตั้งใจทำวันนี้ให้สุดขีด …..แล้ววันหน้าน้องจะประสบความสำเร็จมากกว่าพี่ ….พี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ แต่สุดท้าย ผมมันก็แค่คนหัวปานกลาง!! กับความพยายามสุดขีด !!!! ก็มาได้แค่นี้เอง…..

…ก้าวต่อ แทนคลื่นลูกเก่าด้วยนะ นะน้องๆ …..

โดย KZ Wanzer
จากกระทู้การรวมกลุ่มชาว TOYOTA OFF ROAD
ถูกเขียนประมาณวันที่ 15/3/53 ขณะนี้ จขกท. ท่านนี้เขามีอายุ 37 ปีแล้ว


Share this:

Comments

comments

Posted in เรื่องเล่า.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

× 1 = 3