โรงเรียนแนวใหม่ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อันนี้เป็นโรงเรียนแนวใหม่ เกิดขึ้นจากความคิดที่ว่า การเรียนการสอนแบบเดิมๆน่ะ มันล้าหลังไปแล้ว

ทำไมถึงล้าหลังหรอ ?

ก็ลองคิดดูสิว่า ระบบการศึกษาแบบเดิม ถูกออกแบบมาเพื่อผลิตคนเข้าไปในอุตสาหกรรมการผลิต ฝึกคนให้ได้ออกมาเหมือนๆกัน แล้วไปทำงานซ้ำๆกัน แต่ในอนาคตงานในอุตสาหกรรมการผลิตมันไม่มีแล้ว เพราะเดี๋ยวหุ่นยนต์ก็เอางานไปทำหมด เราจึงควรสร้างเด็กให้มีจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อรองรับงานใหม่ๆในอนาคตดีกว่า
 
ด้วยแนวคิดเช่นนี้ จึงเกิดโรงเรียนแนวใหม่ขึ้น
 
โรงเรียนนี้คือ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครับ
 
แนวคิดหลักของโรงเรียนนี้คือ การทำงานร่วมกัน เรียนรู้ ลงมือทำ ไม่จำกัดอยู่ในห้องเรียน ฝึกสังเกต ฝึกตั้งคำถาม และสามารถค้นหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งผู้ปกครองสามารถมีส่วนรวมในการเรียนกับลูกๆ ได้ เพื่อบรรลุเป้าหมายของการสอน นั่นคือ เพื่อพัฒนาตัวนักเรียนที่จะกลายเป็นผู้ขับเคลื่อนสังคมในอนาคต ให้เป็นคนที่สามารถสร้างนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้กับสังคมได้
 
ซึ่งโรงเรียนนี้พึ่งเปิดการเรียนการสอน 15 ส.ค. ที่ผ่านมาและปีการศึกษา 2560 เป็นปีแรกเท่านั้น
 

โรงเรียนนี้แตกต่างกับโรงเรียนอื่นอย่างไร

  1. ไม่ต้องเข้าแถวเคารพธงชาติในตอนเช้า แต่จะมีกิจกรรมอย่างอื่นให้ทำแทน
  2. เน้นการเรียนรู้และศึกษาจากหลากหลายสาขา และการบูรณาการความรู้ต่างๆเข้าด้วยกัน
  3. ไม่ต้องแต่งชุดนักเรียนไปโรงเรียนทุกวัน ใส่เป็นชุดไปรเวทเพื่อสะดวกต่อการทำกิจกรรม และมียูนิฟอร์มเฉพาะของโรงเรียน คือ เสื้อยืดคอโปโล ที่มีตราธรรมจักรอยู่ที่กระเป๋าด้านซ้าย ใส่เฉพาะวันจันทร์กับวันพฤหัสบดี และวันที่โรงเรียนมีกิจกรรมพิเศษเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การแต่งกาย จะเปิดโอกาสให้นักเรียนตกลงร่วมกันว่า ควรใส่แบบไหนถึงจะเหมาะสมและพอดี เช่น ใส่ขาสั้นมาเรียนได้ไหม จะดูไม่สุภาพหรือเปล่า
  4. หลักสูตรแบ่งกลุ่มวืชาเป็น 5 กลุ่ม คือ
    1. กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้มนุษย์และสังคม
    2. กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
    3. กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้สุนทรีย์ทางศิลปะ
    4. กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้การสื่อสารและภาษา
    5. กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้สุขภาพและสุขภาวะ
  5. หลักสูตรถูกวางปีต่อปี โดยจะนำผลการเรียนของนักเรียนในปีที่แล้วมาประเมินก่อน ค่อยวางหลักสูตรให้นักเรียนศึกษาในชั้นถัดไป
  6. ประเมินผลการเรียนโดยวัดผลจากพฤติกรรมในห้องเรียนว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่ประกอบด้วย การสอบจะพิจารณาตามความเหมาะสม และอาจไม่ได้เป็นข้อสอบช้อย เช่น อาจให้โจทย์นักเรียนไป แล้วให้แปลงเป็น mapping กลับมาส่ง
  7. ไม่มีการตัดเกรด แต่จะเป็นคำอธิบายผลให้ผู้ปกครองได้รับทราบความก้าวหน้าของเด็ก และถ้านักเรียนต้องการนำผลประเมินไปสมัครเพื่อเข้าศึกษาที่อื่น ทางโรงเรียนก็สามารถออกผลประเมินมาเป็นเกรดได้
  8. ใช้ตารางสอบแบบ dynamic มีการปรับเปลี่ยนทุกเดือน
  9. ในช่วงเวลาประมาณบ่าย 2 โมงของแต่ละวัน จะมีกิจกรรมของชมรมต่างๆ หมุนเวียนกันไป เช่น วันอังคาร เป็นชมรมศิลปะ หรือ วันพุธ เป็นชมรมเกี่ยวกับกีฬา ทั้งว่ายน้ำ แบดมินตัน ปิงปอง

Share this:

Comments

comments

Posted in บทความ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

15 + = 20