เกรดน้อยจะเข้าเภสัชได้ไหม?

เวลาพี่เจอคำถามนี้นะครับ สิ่งแรกที่พี่ต้องคิดคือ น้องกังวลเรื่องอะไรอยู่
จากประสบการณ์ของพี่ คำถามนี้ หลักๆ เกิดจากความกังวล 3 แบบ
  1. กลัวว่าเกรดน้อยแล้วจะเรียนเภสัชไม่ไหว
  2. กลัวว่าเกรดน้อยแล้วจะไม่เก่งพอสอบเข้าเภสัชได้
  3. กลัวว่าเกรดน้อยแล้วจะไม่ผ่านเกณฑ์เกรดขั้นต่ำของเภสัช
เพราะฉะนั้น คำตอบของแต่ละแบบ จะไม่เหมือนกันนะครับ

1.กลัวว่าเกรดน้อยแล้วจะเรียนเภสัชไม่ไหว

กรณีนี้ พี่ขอบอกว่า ถ้าน้องสอบเข้าไปได้ น้องสามารถเรียนให้จบได้ทุกคนครับ ไม่ต้องกังวล
พี่มีเรื่องจะเล่าอะไรให้ฟังนะ สมัยพี่ มันมีโครงการนึง เป็นโครงการสำหรับเด็กด้อยโอกาส รับเด็กต่างจากอำเภอ ซึ่งไม่ต้องสอบอะไรทั้งนั้น สัมภาษณ์แล้วเข้าได้เลย รับแค่รุ่นละคน เข้ามาเทอมแรก เพื่อนคนนี้อ่อนปวกเปียกมาก พื้นฐานเนื้อหามัธยมต่างๆไม่ได้เลย แต่พี่ยอมใจอยู่เรื่องนึงคือมันเป็นคนขยันโครตๆ แล้วก็รับผิดชอบสูงโครตๆ คือพี่เป็นคนขี้เกียจนะ ถ้าพี่อ่านจบ 1 แสดงว่าคนอื่นจะอ่านจบไป 3 รอบแล้ว แต่ไอนี่มันจะอ่านจบไปแล้ว 5 แล้ว พร้อมจดสรุปทั้งหมด และหาข้อสอบเก่าๆมานั่งทำเป็นที่เรียบร้อย แน่นอนว่าเทอมแรกๆเพื่อนคนนี้จวนเจียนจะไม่รอด แต่สุดท้ายแล้วเพื่อนพี่คนนี้จบด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 นะครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงครับ เข้ามหาลัย ทุกคนเริ่มใหม่หมด มีแค่เทอมแรกๆที่ใช้เนื้อหา ม.ปลายเยอะหน่อย แต่นอกนั้น ทุกคนเริ่มใหม่เหมือนกันหมดครับ

2. กลัวว่าเกรดน้อยแล้วจะไม่เก่งพอสอบเข้าเภสัชได้

ถ้าบอกว่าเกรดไม่มีผลเลย ก็คงไม่จริงสักเท่าไร อันที่จริงการที่บางโครงการของบางมหาลัยเค้ากำหนดเกรดขั้นต่ำไว้ก็เป็นเพราะว่าจากสถิติแล้ว ถ้าเกรดน้อยกว่านี้ โอกาสจะสอบติดมีน้อย เค้าเลยคัดเด็กออกไปส่วนนึงด้วยเกรด เพื่อให้ง่ายต่อการคัดกรอง

แต่โอกาสของคนเกรดน้อยก็ไม่ใช่ 0% ครับ ถ้าเรามองเป็นรายคน เราจะพบว่ามีคนเกรดน้อยกว่า 3 หรือ 2.5 ก็ยังสามารถสอบติดเภสัชได้อยู่ทุกปี ดังนั้นเกรดมันก็ส่วนนึงครับ แต่ความพร้อมตอนเราสอบเข้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ จริงอยู่ที่บางโครงการและตอน TCAS รอบ 4 (แอดกลาง) นำเกรดมาคิดด้วย 20% แต่นั่นก็ส่วนนึงครับ ยังมีอีก 80% ที่สำคัญกว่าให้เราเก็บคะแนน เพราะฉะนั้นอย่าเอาเรื่องนี้มาบั่นทอนจิตใจเลยครับ ยังไงซะ คะแนนที่เราทำได้ก็สำคัญที่สุด

ส่วนตัวพี่เองก็เคยน้อยใจว่ามาตรฐานเกรดแต่ละโรงเรียนไม่เท่ากัน บางโรงเรียนช่วยเด็กจริงจัง ได้ 4.00 กันแทบยกโรงเรียน แต่เอาเข้าจริงๆ ผลสอบออกมาก็ไม่ได้สอบได้เยอะกว่าเด็กโรงเรียนอื่นแต่อย่างใด ในทางกลับกัน สอบได้น้อยกว่าโรงเรียนอื่นๆด้วยซ้ำ

3. กลัวว่าเกรดน้อยแล้วจะไม่ผ่านเกณฑ์เกรดขั้นต่ำของเภสัช

พี่ขอตอบแบบนี้นะครับ

TCAS รอบ 1 รอบพอร์ต รอบนี้ที่นั่งในคณะเภสัชน้อยมาก และอย่างที่บอกว่ามันคือรอบยื่นพอร์ต อาจารย์เค้าจะดูเกรดประกอบการตัดสินใจด้วยไหม อันนี้พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน (แต่ถ้าโครงการนั้นกำหนดเกรดขั้นต่ำไว้แล้วก็อีกเรื่องนึง)

TCAS รอบ 2 รอบโควต้าโรงเรียน พื้นที่ภาค ความสามารถพิเศษ อันนี้แล้วแต่โครงการ บางโครงการก็กำหนดเกรด บางโครงการก็ไม่กำหนด อันนี้ต้องศึกษาดูดีๆครับ

TCAS รอบ 3 รอบรับตรงร่วมกัน รอบนี้มีที่นั่งของคณะเภสัชเยอะ แล้วแน่นอนว่าที่นั่งเหล่านั้นอยู่ใน กสพท. ซึ่ง กสพท. ไม่กำหนดเกรดขั้นต่ำครับ

TCAS รอบ 4 รอบนี้ คือ Admission มีที่นั่งของคณะเภสัชเยอะเหมือนกัน และรอบนี้ไม่มีการกำหนดเกรดขั้นต่ำครับ แต่จะนำเกรดมาคิดเป็นคะแนนด้วย 20%

TCAS รอบ 5 คือรอบรับตรงอิสระ รอบนี้ แล้วแต่โครงการ บางโครงการก็กำหนดเกรดขั้นต่ำ บางโครงการก็ไม่กำหนดครับ

จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่ทุกรอบ และไม่ใช่ทุกโครงการที่กำหนดเกรดขั้นต่ำ เพราะฉะนั้นถ้าน้องเกรดน้อย น้องก็ยังมีโอกาสเหลืออยู่อีกหลายโครงการ แต่น้องก็อาจเสียเปรียบเพื่อนๆที่เกรดสูงกว่าบ้าง เพราะเค้ามีโอกาสในการเลือกเยอะกว่า ดังนั้นหากน้องยังพอมีเวลา อยากให้ทำเกรดสูงๆไว้ก่อนก็จะดีกว่าครับ แต่ถ้าได้น้อยไปแล้ว ก็ไม่เป็นไร ยังโอกาสเหลืออยู่อีกมากสำหรับเราเหมือนกัน

สุดท้ายนี้ อยากบอกว่า สถานการณ์ของมหาลัยตอนนี้ ก็ไม่สู้ดีนักนะครับ เพราะเด็กน้อยลงเรื่อยๆทุกปี แต่ที่นั่งในมหาลัยกลับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกคณะ ทุกมหาลัย อยากได้คนเก่ง ดังนั้นในอนาคตข้างหน้านี้ น้องจะเห็นมหาลัยพยายามทุกวิถีทาง เพื่อพยายามแย่งชิง รักษา และดึงคนเก่งมาไว้กับตัวให้ได้มากที่สุดครับ ตัดสินใจให้ดีๆนะครับ ตัดสินใจเร็วไปอาจพลาดโอกาสดีในรอบหลังๆ ในขณะเดียวกัน ตัดสินใจช้าไปก็อาจเสียโอกาสดีๆที่หายไปในรอบแรกๆเหมือนกัน

 

 


Share this:

Comments

comments

Posted in บทความ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

85 − 77 =