อนาคตที่ไม่แน่นอน กับตลาดงานสายบริบาล vs อุตสาหการ

เรื่องอนาคต จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอบยากนะครับ เดี๋ยวนี้ เปลี่ยนแปลงเร็วหมดทุกอย่าง พี่จำได้ว่า เมื่อก่อน เราคาดคะเนกันได้เลยว่า อีก 10 ปี จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ต่อมาก็ลดเหลือ 5 ปี แล้วก็ลดเหลือ 3 ปี แล้วก็ลดมาเหลือทุกปี ทุกวันนี้แทบจะต้องวางแผนกันใหม่ทุกไตรมาส

ลองถามพ่อแม่บางคน ที่เค้าพึ่งมีลูก สัก 7-8 ขวบ เค้าก็ดูกังวลกับอนาคตลูกพอสมควร จนให้ลูกฝึกโน่นนี่ เรียน ทำอะไรเยอะแยะ จนเด็ก เสียวัยเด็กของตัวเอง สุดท้ายก็ไม่เกิดผลดี

พอถามว่า ทำไมต้องยัดลูกขนาดนั้น ก็จะได้คำตอบประมาณว่า ลองคิดดูสิว่า สมัยพี่เป็นเด็ก พอมีคนมาถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เราก็ตอบได้นะ อยากเป็นหมอ อยากเป็นวิศวะ ครู ตำรวจ ทหาร แต่เดี๋ยวนี้ เราไม่รู้เลยว่า อีก 10 ปี ข้างหน้า จะมีอาชีพอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นมาบ้าง และจะมีอาชีพไหนสูญหายไปบ้าง ทางเดียวที่พี่ทำได้ คือเตรียมทักษะเค้าให้พร้อมรับมือกับอนาคตมากที่สุด ไม่ว่ามันจะเปลี่ยนเป็นยังไงก็ตาม

เออ พี่ก็ว่า มันก็ถูกของเค้าอยู่เหมือนกัน

ทีนี้ มาเข้าประเด็นตลาดงาน

พี่ไม่มีตัวเลขเป๊ะๆ ของตลาดงานสายบริบาล และอุตสาหการ แต่พี่ประมาณการให้น้องเห็นภาพได้

ความจริง ทุกวันนี้คือ ตลาดงานสายอุตสาหการ ขาดแคลนกว่าสายบริบาล แต่ตลาดงานสายบริบาลนั้นใหญ่กว่ามาก

กล่าวคือ ตลาดงานในสายอุตสาหการ มีความต้องการประมาณ 4,000 คน แต่มีคนทำอยู่จริงราวๆ 1,000 – 1,500 คน เท่านั้น

ในขณะที่สายบริบาล มีความต้องการประมาณ 29,000 – 33,000 คน แต่มีคนทำงานอยู่จริงราวๆ 20,000 – 23,000 คน

จะเห็นได้ว่า ถ้าน้องโฟกัสที่ความขาดแคลน อุตสาหการ จะขาดกว่ามาก แต่ตลาดงานสายบริบาลนั้นใหญ่กว่ามาก สามารถรองรับคนทำงานได้เยอะกว่าสายอุตสาหการมาก

พอมองภาพออกไหมครับ?


Share this:

Comments

comments

Posted in บทความ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

49 − = 41