ชัวร์ก่อนแชร์ : เหล้าขาว เพนิซิลลิน รักษาโควิดได้ จริงหรือ ?

`#ใช้วิจารณญาณ อย่าตกเป็นเหยื่อข่าวเท็จ`

ช่วง 2 ปีเศษของยุคโควิดมีข่าวเท็จ เกี่ยวกับยาและวิธีการรักษาโควิดเกิดขึ้นมากมาย บ่อยครั้งที่ประชาชนแยกไม่ออกว่าเป็นข่าวที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หลายคนจึงส่งต่อ และบางคนก็ปฏิบัติตามคำแนะนำในข่าวเท็จนั้น

ตัวอย่างข่าวเท็จที่แนะนำให้ประชาชนใช้ *ยาปฏิชีวนะ* มารักษาโรคโควิด เช่น
ให้นำอะม็อกซิซิลลินและอะซิโทรมัยซิน มาละลายในน้ำ แล้วดื่มไปเรื่อย ๆ ทั้งวัน
https://www.youtube.com/watch?v=tcXN3QDhDRU
https://www.youtube.com/watch?v=qLz2v-VGyok
กิน *ยาฆ่าเชื้อ* และน้ำขิง โดยอ้างว่าเป็นคำแนะนำของคณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
https://www.youtube.com/watch?v=lwrwH4Eu87A
*ยาอะซิโทรมัยซิน เลโวฟล็อกซาซิน* และยาต้านมาลาเรีย รักษาโควิด
https://www.youtube.com/watch?v=ZY7K-AzR3xg&t=126s
ใช้เหล้าขาวร่วมกับ *เพนิซิลลิน*
https://www.youtube.com/watch?v=it596S18SLw

การสร้างข่าวเท็จที่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาโควิด _เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน_ เนื่องจากไม่สามารถรักษาโควิดได้จริง ทำให้ประชาชนที่หลงเชื่อและปฏิบัติตามเสียโอกาสที่จะเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม หากเป็นบุคคลที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ โรคโควิดก็จะลุกลาม ทำให้อาการหนัก และอาจเสียชีวิตได้
นอกจากนั้นการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อในโรคติดเชื้อไวรัสยังเป็นการ “`ส่งเสริมการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย“` ที่อาศัยอยู่เป็นปกติในร่างกายมนุษย์ ซึ่งในบางโอกาสแบคทีเรียเหล่านั้นอาจทำให้เกิดโรค เช่น แบคทีเรียดื้อยาที่ผิวหนังเข้าสู่บาดแผล ทำให้แผลเป็นหนอง และเชื้ออาจบุกรุกเข้าสู่กระแสเลือด แบคทีเรียในอุจจาระอาจเล็ดลอดเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือกรวยไตอักเสบ หลังจากนั้นเชื้ออาจกระจายเข้าสู่กระแสเลือด
ทั้งสองกรณีอาจทำให้เสียชีวิตได้เมื่อเราสะสมแบคทีเรียดื้อยาไว้ในร่างกายของเรา

อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม ข่าวเท็จ ข่าวมั่ว ข่าวบิดเบือน โดยเฉพาะที่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวะในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสเช่นโควิด

`#ใช้วิจารณญาณ อย่าตกเป็นเหยื่อข่าวเท็จ`

สยส. สร้างเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
24 พย. 2565
ร่วมรณรงค์ในวาระ สัปดาห์รู้รักษ์ ตระหนักใช้ยาปฏิชีวนะ


🎯 ตรวจสอบกับ ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูลอาจารย์พิเศษ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯประธานคณะทำงานสร้างค…

ดูโพสต์ต้นฉบับ


Share this:

Posted in ข่าวสารสมาคมเภสัชชุมชน.