ช่วง “Thailand Medical Hub of Asia /Global Medical hub” โดย ภก. กมลศักดิ์ เรืองเจริญรุ่ง . ขอสรุปตามความเข้าใจ admin ดังนี้ครั…

ช่วง “Thailand Medical Hub of Asia /Global Medical hub” โดย ภก. กมลศักดิ์ เรืองเจริญรุ่ง
.
ขอสรุปตามความเข้าใจ admin ดังนี้ครับ
.
ภาพในอนาคต กว่าร้อยละ 45 ของ OPD visit คือ Virtual care ซึ่งหมายความว่า การรับยาในอนาคตอาจไม่ได้เกิดที่โรงพยาบาลเสมอไป … ซึ่งหมายความว่า การรับบริการและรับยาอาจไม่ใช่ที่เดียวกัน และ คนทำงานอาจอยู่ที่ไหนก็ได้
.
ecosystem ใหม่ที่เกิดขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะแยกส่วนกันไม่ได้ ทั้งผู้ให้บริการ – และภาคอุตสาหกรรม ตัวอย่างธุรกิจที่มาแรงเช่น Home healthcare จะมีบริการเกี่ยวเนี่ยงกับยาไม่น้อย
.
Medical hub … (มีคำว่า Wellness ซ่อนอยู่) = Academic hub, Wellness hub, Product hub … ดังนั้น จึงกินความกว้างกว่าการแพทย์ (ตามนิยามของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ)
.
จากปีนี้ถึง 2027 จะเติบโตไม่น้อยไปกว่ายาและเครื่องมือแพทย์​ (กว่า 10% ต่อปี) สัดส่วน Medical Tourism ในปี 2019 ประเทศไทยมีส่วนแบ่งประมาณ 9%

ในอนาคต คนจะเดินทางแสวงหาบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะ Cosmetic treatment, Orthopedic treatment, Dental, Cancer, Neurological, cardiovascular, Fertility treatment.
.
ตลาดกลุ่มคนไข้ต่างชาติ (expat) ในไทยจะเติบโตสูง โดยเฉพาะคนจีนที่เกษียณอายุ (ปีหน้า lot แรกประมาณ 50,000 คน) ซึ่งประมาณการว่า กลุ่มข้าราชการจีนเตรียม retire จะเข้ามาโดยรวม 5 ล้านคน

กลุ่ม GMS (แม่โขง sub-region) กัมพูชา พม่า ลาว จะเข้ามารับบริการเพิ่ม , กลุ่มคนไข้จีน ให้ความสำคัญกับ กระดูกและข้อ และ IVF
.
กลุ่ม Wellness ภายในปี 2025 ตลาดจะเติบโต 23% ซึ่งจะให้ความสำคัญกับ precision medicine และ advance genomics

Wellness จะมอง Better health, better fitness, better nutrition, better appearance, better sleep, better mindfulness

ซึ่ง wellness จะมี health technology เข้ามาประกอบ ทั้ง sleep test, smart device, รวมทั้งการประสานศาสตร์ทุกด้านเข้ามาเพื่อให้สุขภาพดีขึ้น
.
Medical tourism กับแต่ละ Stakeholders : ผู้ใช้บริการจะมองหา Value based healthcare benefits ซึ่งมองหาว่า ค่าใช้จ่ายถูกลงและได้ outcome ดีขึ้น ผู้ให้บริการต้องการความพึงพอใจคนไข้มากขึ้น ประสิทธิภาพบริการดีขึ้น ผู้จ่ายเงินมองว่าสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในแง่ของ suppliers จะต้องมองว่า จะต้องมีความสัมพันธ์กับ Patient outcome ด้วย ส่วนในมุมสังคมมองหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพลดลงและมีความคุ้มค่า
.
ทำไมไทยถึงควร focus wellness & med tourism หลัง covid? …. ตอนนี้สิ่งที่ รพ.ขายได้ดี จะมีทั้ง ตรวจเช็คหลัง covid, ภาวะ long covid ซึ่งพบแนวโน้มว่า ตลาดเอกชนและ รพ.รัฐบางส่วนให้ความสำคัญ ทั้ง กลุ่ม GMS, จีน, กลุ่ม corporate จากญี่ปุ่น
.
GHA Framework จะเป็นระบบ certify Medical Tourism จะมีทั้งหมด 15 element ซึ่งโรงพยาบาลจะต้องเริ่มต้นทำ Patient Journey ว่าคนไข้เข้ามาแล้วจะต้องทำตัวอย่างไร รักษาที่ไหน พักที่ไหน แล้วเดินทางกลับอย่างไร เช่น ตัวอย่างของ รพ.เวชธานีก็ได้ทำตัวอย่างออกมาให้เห็น

กรมการแพทย์ได้สร้างอาชีพใหม่ เพื่อรองรับ Med Tourism คือ อาชีพนักจัดการท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ (Wellness travel Facilitator) และ อาชีพนักบริหารการท่องเที่ยงเชิงการแพทย์และสุขภาพ
.
IT & Innovation …. ถ้าระบบ Tele หรือ remote monitoring ไม่ดี ระหว่างที่รักษา/ หลังการรักษา จะไม่ได้ทำให้เรามีข้อได้เปรียบ และจะกลายเป็นบริการที่ไม่ครบวงจร

SCG ได้ทำการ spin-off เป็น Nexter ได้ทำด้าน well being ทั้งทำบ้านขาย และนำเครื่องมือมาให้โรงพยาบาลให้การดูแลด้านสุขภาพแบบครบวงจร

CRM Software ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำออกมาในการติดตามการให้บริการคนไข้อย่างเป็นรูปธรรม

ตัวอย่างในห้องประชุม มีทั้งกรณีศึกษาของสิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่มารับบริการการแพทย์ที่โรงพยาบาล แต่มาพักฟื้นต่อที่โรงแรม และใช้บริการท่องเที่ยวอื่นๆ ของประเทศต่อไป
.
สำหรับประเทศไทย จังหวัดสงขลา ได้พยาบาลทำ Medical Wellness Tourism โดยได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์ มอ. โดยเตรียมรับมือสังคมสูงอายุและ elective surgery และเตรียมจัดทำ direct flight ของทางตอนใต้ของประเทศและกลุ่ม GMS ซึ่งสะท้อนการมีกรอบแผนงานพัฒนาอย่างชัดเจน
.
ทุก รพ.เอกชนในจังหวัดท่องเที่ยว และมีชุมชน expat ในจังหวัด มักจะใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนเป็นหลัก ดังนั้น ประเด็นเรื่องนี้จะมีความสำคัญ ซึ่งแผนงานที่สะท้อนออกมาจาก รพ.เอกชน คือ การนำระบบ telehealth มาใช้ โดยต่อยอดกับบริการการท่องเที่ยวด้วย และ บริการเน้น เช่น Wellness, Anti-aging
.
Med tourism จะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรกับบริษัทยา … เราจะพบว่า กลุ่มโรคหลักที่จะเข้ามาคือ โรคที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ จากกลุ่มประเทศข้างเคียง เช่น Ortho, Cancer, Alzhiemer, dementia, heart, IVF (จีน)
.
บริษัทยาจะมีส่วนช่วยได้อย่างไร … รพ.มีความคาดหวังว่า บริษัทยาควรทำงานใกล้ชิดกับ รพ.ให้มีผลิตภัณฑ์เพียงพอกับการเติบโตของตลาด ซึ่งควรจะมาทำข้อมูลเรื่องโอกาสเติบโตร่วมกัน รวมทั้งกรณีคนไข้มีการกลับไปดูแลตนเองที่บ้าน หรือ เดินทางท่องเที่ยวต่อ จึงอยากให้มีการเตรียมข้อมูลความรู้ให้กับผู้ป่วยในรูปแบบภาษาอื่น เช่น video clip และมี sub-title ทำเป็นภาษาพม่า/เขมร/จีน
.
ด้าน Telemedicine ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้แน่นอน เพื่อรองรับการติดตามการรักษา การติดตามต่อเนื่อง รวมทั้งแนวโน้มสังคมสูงอายุ (ถึงแม้ตัวเลขจะไม่ได้โตสูงมากเทียบเท่ากับฝั่งอเมริการเพราะมีแรงกดดันเพื่อที่จะลดค่าใช้จ่าย) ซึ่งหมายถึง ผู้ให้บริการผ่าน telemed น่าจะต้องมีการเทียบค่าใช้จ่ายให้เห็น ว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร

#Wellness #MedicalHub #GlobalMedicalHub #MPAT

ดูโพสต์ต้นฉบับ


Share this:

Posted in ข่าวสารสมาคมเภสัชการตลาด.