[PharmWU Alumni] ศิษย์เก่าสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ กับบทบาทเภสัชกรการตลาด, ภก. ฒิ จันทราภัตร์

สำหรับศิษย์เก่าในตำนานของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำต้นเดือนสิงหาคม 2564 นี้ ขอนำเสนอ เภสัชกร ฒิ จันทราภัตร์ ศิษย์เก่าสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ รุ่นที่ 5 แห่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักของรุ่นพี่และรุ่นน้องเป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันปฏิบัติงานในตำแหน่ง Medical Representative บริษัท Novartis (Sandoz) ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นงานในสาขาเภสัชกรการตลาด

Admin: สวัสดีครับ ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากนะครับ ที่เสียสละเวลามาถ่ายทอดมุมมองดี ๆ และประสบการณ์ดี ๆ รวมทั้งประสบการณ์ที่เกิดจากการเรียนรู้ในการทำงาน เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับน้อง ๆ นักศึกษาเภสัชศาสตร์ รวมทั้งผู้ที่กำลังศึกษา และหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจเข้ามาสู่แวดวงเภสัชกรรมครับ ก่อนอื่นขออนุญาตให้เราได้แนะนำตัวอีกครั้งนะครับ ว่าตอนนี้ปฏิบัติงานในส่วนไหน และมีหน้าที่อย่างไรบ้างครับ

 ฒิ: “ขอบคุณอาจารย์มากเลยครับ ขอแนะนำตัวเลยนะครับ สวัสดีครับ ชื่อฒิ จันทราภัตร์ครับ ศิษย์เก่ารุ่นที่  5 ครับ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Medical Representative บริษัท Novartis (Sandoz) ประเทศไทยจำกัด รับผิดชอบดูแลเขตภาคใต้ตอนล่าง สงขลา-นครศรีธรรมราช ครับ” 

Admin: ผมว่าหลาย ๆ คนก็คงมีเหตุผลในการเลือกที่จะเข้ามาศึกษาทางด้านเภสัชศาสตร์ เท่าที่ทราบมาค่อนข้างแตกต่างกันมาก ๆ ในส่วนนี้ขอให้ช่วยเล่าเกี่ยวกับหลักคิด และแนวทางในการตัดสินใจเข้ามาศึกษาในรั้วสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครับ

ฒิ: “สำหรับแนวทางการตัดสินใจตอนนั้นคือผมเรียนสายวิทย์มาครับ ผมก็ไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไรเป็นพิเศษ พยายามศึกษาทุกด้าน และหาคำตอบว่าตัวเองนั้นชอบไปในทางด้านไหนครับ แต่ผมก็จะรู้ว่าผมไม่ชอบเรียนวิชาอะไร ซึ่งผมเองไม่ชอบวิชาคำนวณอย่างคณิตศาสตร์หรือฟิสิกส์ จึงเลือกวิชาที่เกี่ยวกับสายสุขภาพเป็นหลัก แต่คิดว่าจะไม่เลือกแพทย์เพราะต้องทุ่มเทมาก เรียนหนัก และการทำงานเช่นการอยู่เวรของแพทย์นั้นหนักมาก ๆ ครับ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับมากจากรุ่นพี่ และครูแนะแนวนะครับ แต่เมื่อผมมาเรียนเภสัช ก็เพิ่งมารู้ตอนเรียนว่าเภสัชก็หนัก และต้องใช้คณิตศาสตร์และฟิสิกส์ในการเรียนด้วยครับ ซึ่งก็เข้าใจว่าสิ่งดังกล่าวเป็นพืนฐานในการเล่าเรียนนั่นเองครับ ส่วนการเลือกมหาวิทยาลัย แต่ละคนก็อาจจะมีเหตุผลแตกต่างกัน แต่สำหรับผมจะเป็นมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ แต่ขอที่ใกล้ๆ บ้านครับ ผมเองเป็นคนหาดใหญ่ จึงได้เลือกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครับ”

Admin: ในการเรียน ณ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยลักษณ์ ซึ่งในรุ่นที่ 5 นี้ จะเป็นลำดับที่สามที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรจากหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) เป็นหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 6 ปี) ซึ่งถือได้ว่าเป็นยุคแรก ๆ ก็สามารถกล่าวได้นะครับ อยากให้เราช่วยเล่าประสบการณ์ในส่วนนี้ด้วยครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างเปลี่ยนไปมาก

ฒิ: “ความรู้สึกผมคือไม่ได้รู้สึกต่างเท่าไหร่ครับ เพราะตอนที่ผมเข้ามาเรียนก็เริ่มเรียนหลักสูตร 6 ปี เลย ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 ของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นหลักสูตร 6 ปีครับ และระบบเริ่มคงที่แล้ว สำหรับในการเรียนหลักสูตร 6 ปี ในปีสุดท้ายจะเป็นปีที่ฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพฯ ตลอดทั้งปี ตามสาขาที่เราเลือกเรียนครับ ซึ่งก็จะได้ไปฝึกงานในแต่ละสายงานของสาขานั้น ๆ เช่น ถ้าเรียนบริบาลเภสัชกรรม ก็จะได้อยู่ร้านยา โรงพยาบาล และได้ฝึกงานผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ซึ่งจะมีวอร์ดเฉพาะทางต่างๆ เช่น อายุกรรม เป็นต้นครับ ถ้าเป็นสายเภสัชกรรมอุตสาหการ ก็จะได้อยู่ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยา คิดค้นยา เป็นต้นครับ คิดว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้ค้นหาตัวเองด้วยครับ ว่าเราอยู่ในสาขานี้ เมื่อจบออกมาแล้วเราชอบการทำงานประมาณไหน ได้เจอกับผู้ป่วยจริง และ พี่ๆเภสัช รวมถึงทีมสหวิชาชีพจริงๆครับ”

Admin: มีความประทับใจอะไรบ้างครับ ที่ต้องการบอกเล่าให้กับรุ่นน้อง ๆ ได้ทราบ ในการมาศึกษา ณ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครับ และอยากให้เราสะท้อนความรู้สึก และข้อเสนอแนะ เพื่อการพัฒนาของสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครับ

ฒิ: “ความประทับใจในสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ ก็คงจะเป็นเรื่องเพื่อนๆและอาจารย์ครับ ด้วยความที่ช่วงนั้นเรายังเป็นสำนักวิชาที่เปิดใหม่ ยังมีจำนวนคนไม่เยอะ ทำให้อาจารย์ดูแลนักศึกษาอย่างทั่วถึง และเมื่อมีปัญหาอะไร เพื่อนๆ ก็คอยช่วยเหลือกันครับ นอกจากนี้ ก็คงเป็นเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ในการทำแลปครับ รู้สึกว่าสำนักวิชาฯ จัดมาให้นักศึกษาพร้อมมากๆ ส่วนสิ่งที่ประทับใจในมหาวิทยาลัยคือ วัว ครับ ผมเคยชนวัวครั้งนึง ก็อยากจะแนะนำน้องๆ ว่าถ้าชนวัวแล้วไม่มีใครรับผิดชอบครับ ให้เราเอาวัวนั้นมาเป็นของเราเลย ถ้าเอามาได้นะครับ”

Admin: ต้องระวังมาก ๆ เลยนะครับ ช่วงนี้จะพบเห็นวัวน้อยลงมากแล้วครับ เนื่องจากมีมาตรการควบคุมอย่างดีครับ แล้วขณะที่กำลังศึกษา ณ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแน่นอนจะต้องห่างจากบ้าน และครอบครัว เรามีวิธีการปรับตัวอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้ครับ

ฒิ: “ช่วงแรกก็ค่อนข้างเหงาครับ เพราะบ้านผมอยู่หาดใหญ่ ต้องออกจากบ้านมาอยู่คนเดียวเป็นครั้งแรก วิธีปรับตัวของผมก็คือมีเพื่อนครับ (บางคนก็มีแฟนแต่ผมไม่มี) พอเริ่มมีเพื่อนความเหงาก็หายไปกลายเป็นความวุ่นวายในชีวิตแทน ก็อยากให้น้องๆเลือกคบเพื่อนที่ดี ผมโชคดีที่ได้เจอแต่เพื่อนดีๆ ชวนกันเรียน ชวนกันทำกิจกรรม แบ่งเวลาให้ดีๆ ชีวิตมหาวิทยาลัยมีโอกาสได้ทำอะไรอยากให้ลองทำครับ แต่ขอให้ทำสิ่งที่ถูกและไม่เดือดร้อนใครครับ”

Admin: จากการตัดสินใจเข้ามาปฏิบัติงานในสาขาเภสัชกรรมการตลาด เรามีหลักคิดอย่างไรบ้างครับตรงนี้ เพื่อจะได้เป็นแบบอย่าง และเป็นตัวอย่างแก่รุ่นน้อง ๆ ต่อไปครับ

ฒิ: “จริงๆแล้วสาขาเภสัชกรรมการตลาด เภสัชกรมีบทบาทเยอะมากครับ เช่น การนำเสนอข้อมูลทางวิชาการ เป็นตัวเชื่อมข้อมูลระหว่างบริษัทยาและบุคลากรทางการแพทย์ การทำให้คนไข้เข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับเหตุผลที่ผมเลือกทำงานในสาขานี้ก็คงคล้ายๆ กับตอนเลือกเข้ามาเรียนเภสัชครับ คือผมไม่รู้ว่าผมชอบอะไร แต่ผมรู้ว่าผมไม่ชอบอะไร ในช่วงปี 6 ที่มีโอกาสได้ฝึกงานเต็มๆ 1 ปี ผมได้ฝึกเกือบทุกสาขายกเว้นสาขาการตลาด ผมเลยลองมาทำงานด้านนี้ดูครับว่าชอบหรือไม่ คงเป็นความโชคดีด้วยครับที่มาทำแล้วรู้สึกว่าชอบ ก็อยากจะให้น้องๆเลือกงานที่ชอบและอยากทำครับ อยากให้เลือกงานที่เราทำแล้วมีความสุข เรื่องของรายได้มันได้เยอะทุกสาขาอยู่แล้วครับถ้าเราขยันทำงาน”  

 Admin: คุณสมบัติเฉพาะของผู้ที่จะเขามาปฏิบัติงานในสาขานี้ เป็นอย่างไรบ้างครับ และจากการที่เราเป็นบัณฑิตจากสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คิดว่ามีจุดเด่นอะไรบ้างที่สามารถมาต่อยอดในการปฏิบัติงานในสาขาวิชาชีพนี้ครับ

ฒิ: “คงจะเป็นเรื่องของ mindset ครับ ผมคิดว่า mindset เป็นเรื่องที่ฝึกได้ยากกว่าเรื่องอื่นๆ คือการทำงานอาชีพนี้ เราต้องประสานงานกับคนหลากหลาย เราไม่ได้แค่คุยเฉพาะแพทย์ และเภสัชกรครับ ยังมีพี่พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่เราต้องติดต่อด้วย เราเลยต้องคิดว่าเราทำได้ก่อน ไม่ยอมแพ้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญคงจะเป็นเรื่องความอดทนและการจัดการเวลาครับ เพราะอาชีพนี้ต้องมีการเดินทางและการวางแผนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความอดทนกับการจัดการผมก็ได้มาจากตอนเรียนที่มหาวิทยาลัยครับ เพราะที่มหาวิทยาลัยมีเรียน 3 เทอม เพราะฉะนั้นการสอบจะค่อนข้างบ่อยกว่าที่อื่น ทำให้เราได้ฝึกเกี่ยวกับการจัดการเวลาด้วยครับ”

Admin: สำหรับในอนาคต มีการวางแผนชีวิต และการดำเนินงานอย่างไรบ้างครับ

ฒิ: “ถ้าในสายงานตัวเอง ก็คงจะทำผู้แทนยาไปอีกสักพักครับ ในช่วงวัยที่ยังมีแรงขับรถอยู่ครับ หากมีโอกาสได้โปรโมทก็คงต้องพิจารณาอีกครั้งว่า ณ เวลานั้นเรามีพันธะต่างๆ เช่น มีครอบครัวหรือมีลูกหรือเปล่าครับ เพราะจริงๆ สายงานนี้ก็มีโอกาสเติบโตไปได้หลายทางมาก หรือไม่ก็คงออกจากวงการนี้ และอาจจะเปิดร้านยาหรือหากิจการอะไรทำสักอย่างครับ แต่ใจจริงแล้วผมอยากเป็นชาวไร่แบบธานอสครับ”

Admin: สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้เลยนะครับว่า ฒิ ยังเป็นคนที่อารมณ์ดี และมีอารมณ์ขัน สมกับที่เพื่อน ๆ และน้อง ๆ เรียกว่า “ป๋าฒิ” นะครับ อย่างไรก็ดี การทำงานทุกอย่างย่อมเกิดความเครียดได้ การคิดวิเคราะห์ และปรับให้เหมาะสม ด้วยการจัดการที่ดี ก็จะทำให้เราสามารถเจริญก้าวหน้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นในสาขางานที่ทำอยู่ หรือในอนาคตข้างหน้าครับ วันนี้ได้ข้อคิด และข้อมูลที่ดีจากเรามาก ๆ ครับ และขอขอบคุณที่สละเวลามาในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ครับ และหากมีโอกาสอื่น ๆ คิดว่าจะได้สัมภาษณ์เราอีกนะครับผม

ฒิ: ขอบคุณครับอาจารย์

ดูโพสต์ต้นฉบับ


Share this:

Posted in ข่าวสารคณะเภสัช ม.วลัยลักษณ์.