สอบใบประกอบวิชาชีพ เภสัชกรรม สอบสภา MCQ OSPE

การสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เป็นอย่างไร สอบอย่างไร

สิ่งที่นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ทุกคนต้องทำหลังเรียนจบ คือต้องสอบเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม มาดูกันครับว่าการสอบเป็นอย่างไรบ้าง

การสอบจะเป็นการรวบยอดความรู้ที่เรียนมาทั้งหมดใน 6 ปี อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ.2561 นี้ จะเริ่มมีนักศึกษารุ่นแรกที่สอบใบประกอบ 2 ครั้ง คือตอนปี 4 และ ปี 6 (ก่อนหน้านี้สอบตอนเรียนจบครั้งเดียว) ทำให้คาดการณ์กันว่าในอนาคตการสอบครั้งที่ 2 คือการสอบหลังจบปี 6 นั้น เนื้อหาในส่วนตั้งแต่ปี 1-4 จะน้อยลงไป แต่จะมีเนื้อหาเฉพาะสาขาแบบปี 5-6 มากขึ้น อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังไม่มีประกาศออกมาชัดเจนว่าเกณฑ์การสอบตอนปี 4 จะออกเนื้อหาในส่วนไหนและออกในสัดส่วนเท่าใดครับ

การสอบใบประกอบวิชาชีพนั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ MCQ และ OSPE

การสอบ MCQ (เกณฑ์ผ่าน 60%)

การสอบ MCQ คือการสอบข้อเขียนครับ การสอบจะสอบทั้งหมด 2 วัน วันละ 3 ชั่วโมง สำหรับเนื้อหาในการสอบกับจำนวนข้อในการสอบนั้น มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆทุกปี อย่างสมัยก่อนหน้าพี่สอบ ข้อสอบจะออกเป็นเคส เคสนึงจะมี 15 ข้อ อย่างเช่นผู้ป่วยเบาหวาน 1 เคส ข้อสอบก็จะถามวนไปเรื่อยๆเกี่ยวกับเบาหวานและยาเบาหวานโดยมีข้อที่เป็นทาง Pharm care บ้าง Pharm Sci บ้าง ปนๆกันไปใน 1 เคสนั้น แล้วในการสอบวันหนึ่งวันจะมีข้อสอบทั้งหมด 10 เคส ดังนั้น 1 วันจะได้สอบทั้งหมด 150 ข้อ สอบทั้งหมด 2 วัน ก็จะมีทั้งหมด 300 ข้อ แต่พอมาถึงปีพี่แบบที่ถามเป็นเคสๆก็ยังอยู่ แต่จะเริ่มมีส่วนที่แยกเป็น Pharm sci ออกมาเฉพาะ เช่นมีตัวอย่างโมโนกราฟในเภสัชตำรับมาให้อ่าน แล้วเสร็จแล้วตอบคำถามข้อ 1-10 แบบนี้เป็นต้นครับ แล้วรู้สึกว่าจำนวนข้อสอบจะลดลงจากวันละ 150 ข้อ เหลือ 120 ข้อด้วย เพราะฉะนั้นการสอบในแต่ละปีมันก็มีวิวัฒนาการของมันมาเรื่อยๆ ทั้งในส่วนของเนื้อหา วิธีการสอบ และแม้แต่กรรมการผู้ออกข้อสอบเองก็เปลี่ยนคนไปเรื่อยๆเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือ การสอบ MCQ เป็นการสอบข้อเขียน และเกณฑ์การผ่านคือต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า  60% ครับ

การสอบ OSPE (เกณฑ์ผ่าน 80%)

การสอบ OSPE คือการสอบปฏิบัติครับ การสอบจะเป็นลักษณะเป็นสถานการณ์จำลอง และให้เราปฏิบัติเสมือนเราเป็นเภสัชกรที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่จริงๆในสถานการณ์นั้น โดยอาจารย์ผู้ประเมินจะมี checklist และคอยให้คะแนนว่า เราลืมทำอะไรไหม ขาดตกตรงไหนหรือเปล่า

สำหรับสถานการณ์นั้นก็จะมีหลากหลายรูปแบบ เช่น

  • อาจจะเป็นการเปิดหนังสือเพื่อหาคำตอบตามที่โจทย์ต้องการ อย่างแรกเลยเราก็ต้องเลือกหนังสือให้ถูก ถ้าเลือกผิดเล่มก็โดนหักคะแนนไปแล้ว หรืออาจจะชั่งสารให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ
  • อาจจะมีข้อมูลที่บริษัทยาส่งให้เรา แล้วเราต้องเลือกยาเข้าโรงพยาบาลเราต้องเลือกยาตัวไหน
  • อาจารย์ทำหน้าที่เป็นผู้ป่วยจำลอง แล้วให้เราซักประวัติ เพื่อจ่ายยา หรือแก้ไขปัญหาการใช้ยาของผู้ป่วยให้ถูกต้อง เป็นต้น

การสอบจะมีประมาณ 25 ข้อ และเรามีเวลาในการสอบข้อละ 3 นาที ซึ่งตรงนี้ก็โดนบ่นกันอยู่บ่อยๆว่า เวลาทำงานจริงเค้าไม่จำกัดแค่ 3 นาทีหรอก ตอนหลังๆ สภาก็เลยเพิ่มเวลาสอบเป็นข้อละ 4 นาที ก็มีคนบ่นว่านานเกินไปซะอีก เวลาเหลือเยอะ

สรุปว่า การสอบ OSPE คือการสอบปฏิบัติในลักษณะเป็นสถานการณ์จำลอง และผู้สอบต้องปฏิบัติหน้าที่เสมือนเป็นเภสัชกรจริงๆในสถานการณ์นั้น การสอบ OSPE เราต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 80% จึงจะผ่านการสอบครับ

สนามสอบ

หากเป็นการสอบรอบแรก (1/xxxx (MCQ) และ 2/xxxx (OSPE)) มหาวิทยาลัยรัฐเก่าแก่จะได้เปรียบ ม.รัฐเปิดใหม่ และ ม.เอกชน ตรงได้สอบที่มหาวิทยาลัยตัวเองครับ ตรงนี้ ถ้าเป็น MCQ ไม่ค่อยมีผลเท่าไร แต่ถ้าเป็นการสอบ OSPE อาจารย์ผู้ทำการประเมินและคุมสอบจะเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยนั้นๆด้วย ทำให้น้องที่เรียนมหาวิทยาลัยรัฐเก่าแก่จะได้สอบกับอาจารย์ตัวเองด้วยครับ แต่ถ้าเป็นการสอบรอบสอง (3/xxxx (MCQ) และ 4/xxxx (OSPE)) น้องจะได้สอบมหาวิทยาลัยพวกจุฬา มหิดล ศิลปากรครับ

สอบไม่ผ่านต้องทำอย่างไร

สอบไม่ผ่านก็สอบใหม่ครับ ก่อนหน้านี้ OSPE จะสอบหลัง MCQ ประมาณ 1 เดือน และมีเงื่อนไขว่า หากน้องสอบไม่ผ่าน MCQ น้องก็ไม่สามารถสอบ OSPE ได้ แต่ปัจจุบันนี้ MCQ กับ OSPE จะสอบติดๆกันเลย และน้องสามารถสอบ OSPE ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องผ่าน MCQ ก่อน ดังนั้น ในการสอบรอบแรกจะมีทั้งคนที่ผ่านทั้ง MCQ และ OSPE, ผ่าน MCQ แต่ตก OSPE, ตก MCQ แต่ผ่าน OSPE และ ตกทั้ง MCQ และ OSPE ครับ แต่ถ้าน้องผ่านอันใดอันหนึ่ง น้องสามารถเก็บคะแนนที่ผ่านแล้วไว้ใช้ได้ 3 ปี เช่น สอบผ่าน MCQ แต่ตก OSPE น้องก็จะมีเวลา 3 ปี ในการสอบ OSPE อย่างเดียวให้ผ่าน หากเกิน 3 ปีแล้วยังไม่ผ่าน น้องก็ต้องสอบใหม่ทั้ง MCQ และ OSPE ครับ

แล้วปีนึงสอบใบประกอบได้กี่ครั้ง

ปัจจุบันนี้ใน 1 ปี น้องสามารถสอบใบประกอบได้ 2 รอบ คือ รอบแรกสอบพร้อมกับน้องจบใหม่ จะเป็นการสอบครั้งที่ 1 MCQ และ ครั่งที่ 2 OSPE กับรอบที่สองจะเป็นรอบให้แก้ตัว คือ ครั้งที่ 3 MCQ และครั้งที่ 4 OSPE ครับ

ปล. แต่ก่อนปีนึงจะมีสอบ 3 รอบ แต่ปัจจุบันนี้ถูกลดลงเหลือ 2 รอบครับ


Share this:

Comments

comments

Posted in การเรียนเภสัช.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

52 − 51 =