รีวิวหลักสูตรของคณะเภสัชมหิดล สำหรับเด็กที่อยากเรียนเภสัชแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกสาขาอะไรดี

สวัสดีค่ะ ก่อนจะเริ่มการรีวิว ขออนุญาตแนะนำตัวนิดนึง แอดมินคนเขียนบทความนี้ชื่อมิ้น ปัจจุบันเป็นนักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 4 (ขึ้น 5) อยู่มหาวิทยาลัยมหิดล ในบทความนี้แอดจะพูดถึงหลักสูตรการเรียนในสโคปของปีที่ 1-4 เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพโดยคร่าว ๆ เกี่ยวกับวิชาเรียนและข้อดี-ข้อเสีย ของการเรียนในคณะเภสัชฯ มหิดลนะคะ

คณะเภสัชฯ มหิดล (เภสัช มม.) เป็นคณะที่เด็กมัธยมปลายสามารถสอบเข้ามาได้โดยไม่แยกสาขา มีจุดที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นคือ นศภ ที่นี่จะได้เลือกสาขา และได้ใส่เสื้อกาวน์กันตอนกันตอนปีสี่ขึ้นปีห้า ซึ่งถือว่าค่อนข้างช้ากว่ามหาวิทยาลัยอื่น ๆ อยู่มาก

ในเรื่องของวิชาเรียน นศภ มม. ทุกคนจะต้องเรียนร่วมกันโดยไม่แยกสายจนจบชั้นปีที่ 4 ดังนั้าชนวิชาเรียนของขั้นปีที่ 2-4 นศภ. ที่นี่ทุกคนจะต้องเรียนควบกันทั้งสาขาอุตสาหการ และบริบาลไปพร้อม ๆ กันทั้งชั้นปี ดังนั้นวิชาเรียน ตารางเรียน และความอัดของเนื้อหาจะค่อนข้างโหด และเหนื่อย

จากย่อหน้าที่แล้ว ทำให้ นศภ. มม. จะมีความ “เป็ด” ค่อนข้างสูง จนแทบจะร้องก้าบ ๆ กันตอนไปฝึกงาน (ขอโทษค่ะ 😂🙏) ตอนนี้แอดมินกำลังฝึกงานอยู่ร่วมกับเพื่อน ๆ ต่างมหาวิทยาลัย ซึ่งเราจะได้พบกับหลักสูตรการเรียนของ ม. อื่น ๆ ที่เขาแยกสาขากันมาตั้งแต่ตอนสอบเข้า แล้วก็พบความแตกต่างระหว่างหลักสูตร จุดดี จุดด้อย ที่คิดว่าอยากจะให้คนได้รู้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจสอบเข้าเข้ามา

ความเป็ด ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง “เป็ด” ที่ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่ถนัดสักอย่างนะคะ เภสัช มม. ไม่มีทางยอมให้ นศ. เป็นอย่างนั้นเด็ดขาดค่ะ คณะคาดหวังสุด ๆ ไปเลยว่านักศึกษาจะต้องทำได้ทุกอย่างและเก่งทุกอย่าง ดังนั้นวิชาเรียนของทุกอย่าง ทั้งสองสาขา (บริบาล และอุตสาหการ) ที่นี่จะสอนเนื้อหากันค่อนข้างลึกแบบโคตรจะลึกใส่เด็กทั้งสองสาขา

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเด็กเภสัชบริบาลของ มม. จึงเปิดฟาร์มาโคเปียเป็น และรู้กระบวนการผลิตยาทุกชนิด หรือทำไมเด็กเภสัชอุตสาหการของ มม. จึงได้ทำงานพาร์ทไทม์กันใน รพ. ได้อย่างไม่มีปัญหา

ข้อดีอย่างหนึ่งที่พูดถึงกันตลอดมาคือเรียนที่นี่ครั้งเดียวทำได้ทุกอย่างตลอดไป เพราะพวกเราเรียนกันเยอะมากและลึกมากจริง ๆ

แต่ข้อเสียหลักและข้อเสียใหญ่เลยก็คือ เพื่อแลกมากับการได้เรียนอะไรเยอะมาก ๆ ดังนั้นพวกเราจะเสียเวลาชีวิตไปเยอะมากเหมือนกัน เด็กเภสัช มม. มักจะถูกเรียกว่าเด็กวิญญาณหลุด เครียดกับการเรียนจนสติหลุดลอยหายไปไหนกันก็ไม่รู้ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีความรู้ในสาขาใดสาขาหนึ่งมากไปกว่าเด็ก ม. อื่น ๆ ที่แยกสาขามาแล้วสักเท่าไหร่

แอดมินหมายถึงว่า ความรู้ทางบริบาลของเด็ก มม. ก็ไม่ได้มีมากไปว่าเด็กสาขาบริบาลของ ม. อื่น หรือความรู้ทางอุตสาหการของเด็ก มม. ก็ไม่ได้มีมากไปกว่าเด็กสาขาอุตสาหการของ ม. อื่น แต่เด็ก มม. จะมีความรู้ของ “ทั้งสองสาขา” เหมือนเอาเด็กสาขาบริบาล กับเด็กสาขาอุตสาหการของ ม. อื่นมาฟิวชันรวมกันในเด็ก มม. คนเดียว

บางทีพวกเราก็จะคุยกันเองว่า สุดท้ายแล้ว ระหว่างเวลาที่เสียไป ก้บความรู้ที่ตัวเองได้รับ ซึ่งมันคงไม่มีทางที่เราจะเอาทุกอย่างไปใช้ได้จริง สรุปแล้ว มันคุ้มมั้ยกับทางเดินที่พวกเราเลือกเดินกันในทุกวันนี้ เด็กเภสัช มม. ป่วยโรคซึมเศร้ากันเยอะมากค่ะ กินยาโรคซึมเศร้ากันเป็นขนม บางคนโชคดีกินได้ไม่นานก็หาย บางคนอัปยาแล้วอัปยาอีก กลับมาเจอหลักสูตรเดิม ๆ วิชาเรียนเดิม ๆ มันก็เครียดเหมือนเดิมไม่ได้ไปไหน

สรุปทั้งหมดที่แอดกล่าวมา แอดอยากจะให้คำแนะนำว่า เภสัช มม. เป็นคณะที่เหมาะสมสำหรับน้อง ๆ ม.ปลายที่โนไอเดียจริง ๆ แบบว่างเปล่าจริง ๆ ว่าตัวเองจะเลือกสาขาไหนของคณะเภสัชดี อยากจะได้ข้อมูล อยากจะศึกษาข้อมูลของ “ทั้งสองสาขา” อย่าง “ลึกซึ้งถึงแก่น” ก่อนตัดสินใจ เภสัช มม. นี่ตอบโจทย์ที่สุดในโลกแล้วค่ะ

ที่นี่พวกเราเรียนกันแบบ “ทุกสิ่ง” และ “ทุกอย่าง” จริง ๆ บางครั้งก็จะมีวิชาเรียนประหลาด ๆ โผล่มาให้พวกเราเรียนด้วย วิชาเรียนบางวิชาตอนแรกก็งงกันชิบหายว่าเรียนไปทำไม แต่พอได้มาฝึกงานในสถานที่จริงดันอ้าวได้ใช้เฉย ทีนี้สิ่งที่จะตามมาคือ “ความได้เปรียบ” เพราะมหาวิทยาลัยได้ให้วิชาเรียนที่เป็นเหมือนวัตถุดิบที่ดีมาก ๆ สำหรับเรา ชีวิตของการทำงานและการฝึกงานง่ายขึ้นมากเลยค่ะ

แต่สำหรับน้อง ๆ ที่มีตัวเลือกชัดเจนในใจ ชั้นจะเข้าสาขานี้แหละ บีบคั้นให้ตายยังไงก็ไม่เปลี่ยนใจหรอกเชอะ! อยากจะบอกว่า หนีไปค่ะ หนีไปปปป อย่ามาผูกเวรผูกกรรมกับที่นี่เด็ดขาด 55555555 เข้ามหาวิทยาลัยที่แยกสาขาตั้งแต่ตอนสอบเข้าเถอะค่ะ ได้ความรู้เหมือนกัน เพิ่มเติมคือได้เวลาชีวิตมาเพิ่มเยอะมาก เซฟเวลา เซฟสุขภาพจิต ให้ได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นบ้างนอกจากเรียนนะน้องนะ อย่ามาเข้าลัทธิเด็กวิญญาณหลุดแบบพวกพี่ 555555

ก่อนจะจากไป แอดมินขอทิ้งท้ายไว้นิดนึงว่าสุดท้ายแล้ว มันไม่มีคณะไหน หรือมหาวิทยาลัยไหนหรอกค่ะที่จะเลิศเลอเพอร์เฟคไปซะทุกอย่าง ทุกจุดทุกที่ต่างก็มีข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น

พี่ไม่สามารถที่จะบอกน้องได้ว่าการเรียนที่นี่มันโคตรจะสุขสบาย ได้เรียนคณะดี ม. ดัง แล้วจะ happily ever after เพราะมันไม่ใช่ และไม่มีทางใช่ เภสัช มม. ก็เป็นแค่คณะ ๆ หนึ่งในมหาวิทยาลัยหนึ่ง ๆ ที่มีทั้งจุดดีและจุดด้อยเท่านั้นเอง ก่อนที่จะเข้ามา ก็อยากจะให้ทุกคนได้รู้ข้อมูลของที่นี่อย่างรอบด้านที่สุดเท่าที่พี่จะพูดได้

ทุกคนจำไว้เลยนะคะ หลักสำคัญในการเลือกคณะและมหาวิทยาลัย คือ “นรกที่เราเลือกเอง” ขอบคุณค่ะ 5555555


Share this:

Posted in การเรียนเภสัช.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น