ความหนักหนาในรั้วคณะเภสัชศาสตร์ที่ควรรู้ไว้แต่ไม่ควรปักใจเชื่อ

แอดคิดมาหลายวันมากๆ ก่อนที่จะเขียนโพสต์นี้ออกมา แต่สุดท้ายแล้ว คิดว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับน้องๆ ที่จะสอบเข้ามา ในการที่จะรู้ทั้งข้อดี ข้อเสีย และความหนักหนาในการเรียนเภสัช แอดจะพยายามระมัดระวังในการใช้คำพูดที่สุดนะคะ

1. ความชอบอย่างเดียวมันไม่พอ แต่ต้องมีความรับผิดชอบ และความอดทนสูงมาก

คิดว่าคำพูดนี้คงใช้ได้กับทุกคณะ ในส่วนของคณะเภสัชจะเป็นเนื้อหาวิชาเรียนที่ยาก น้องลองนึกภาพนะคะ การเรียน ม.ปลาย มันยังมี ภาษาไทย สังคม แนะแนว ศิลปะ พละ ต่างๆ ให้รีแลกซ์ แม้หลายคนจะบ่นว่าไม่ได้ใช้ก็ตาม แต่พอเข้ามาเรียนแล้ว ในตารางเรียนจะมีแค่ เคมี ชีวะ แลปเคมี แลปชีวะ วนไปตลอดสัปดาห์ และเนื้อหาเยอะมาก สวนทางกับเวลาที่มีในการทบทวนเนื้อหาเพื่อเตรียมตัวสอบ เพราะฉะนั้น คุณสมบัติหนึ่งของ นศภ. คือ ต้องอ่านหนังสือทุกวัน

2. เวลาว่างน้อยมาก

คณะเภสัชไม่ใช่คณะที่จะมีว่างเช้า ว่างบ่าย หรือได้ตื่นสายเหมือนหลายๆ คณะ คาบว่างคือคาบทำงาน หรือไม่ก็คาบเรียนชดเชย (หยุดเรียน 2 ชม. อ. นัดสอนชดเกิน 2 ชม. บ่อยไป) ถ้านับรวมชั่วโมงเรียนทั้งหมด มันมากกว่าและหนักกว่ามัธยมแน่ๆ ยิ่งถ้ารวมเวลาทำงานเข้าไปอีก เล่นกันซะจนต้องอยู่คณะจนดึกดื่นกันเลยแหละ

3. ความกดดันสูงมาก

ปริมาณงานต่างๆ ที่โถมเข้ามา และตารางเรียนที่อัดแน่นในเวลาที่จำกัด ทั้งหมดนั้นจะเป็นตัวบีบอัดให้ต้องจัดการมันให้ได้ รวมถึงการพรีเซนต์งานต่างๆ กับอาจารย์ จะค่อนข้างมีความจริงจัง ก่อนการพรีเซนต์ทุกครั้งต้องเตรียมตัวให้ดี ถ้าเตรียมตัวไม่ดีอาจโดนด่าได้ บรรยากาศของการพรีเซนต์งานในระดับมหาลัย ไม่ได้ง่ายเหมือนมัธยม

4. คะแนนเฉลี่ยของการสอบในแต่ละครั้งสูงมาก

การตัดคะแนนแบบอิงกลุ่มค่อนข้างสร้างความลำบากในชีวิตของนักศึกษาเภสัชอยู่พอสมควร แต่อิงเกณฑ์ก็ไม่ได้เลวร้ายน้อยกว่ากันเท่าไหร่ ด้วยข้อสอบที่ค่อนข้างยากที่จะทำให้ได้คะแนนดีๆ และแม้จะได้คะแนนดีๆ แล้วก็ใช่ว่าจะได้เกรดดีๆ ถ้าสุดท้ายคะแนนเฉลี่ยของคนทั้งคณะมันสูง เพราะฉะนั้น ความโหดร้ายของการมาเรียนตรงนี่คือ ไม่ใช่แค่เอาชนะตัวเอง แต่มันจำเป็นต้องชนะคนอื่นด้วย นี่คือ fact

5. สภาพแวดล้อม (ที่แอดเจอ) คือสภาพแวดล้อมที่นักศึกษาหลายๆ คน มีสุขภาพจิตอยู่ในเกณฑ์แย่กว่าปกติ

การเรียนที่หนัก งานที่เยอะ แรงกดดันต่างๆ ที่เข้ามา มันไม่ง่ายเลยที่จะจัดการ ยิ่งบางคนที่ห้อยปัญหาทางบ้านมาด้วย ยิ่งถึงขั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากันตอนมหาลัยนี่แหละ นี่เป็นเคสที่อาจารย์ห่วงที่สุดและไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะเมื่อป่วยแล้ว ชีวิตจะยากขึ้นมาก นักศึกษาหลายคนเจอกับปัญหาต่างๆ ในคณะจนลืมไปแล้วว่าความชอบคืออะไร แพชชันคืออะไร เป้าหมายคืออะไร บางครั้งมันเป็นลักษณะของคนที่แค่อยากเอาตัวรอดในช่วงเวลาหนึ่งๆ แต่ช่วงเวลานั้นมันก็ลากไปยาวนานจนกลืนกิน

6. ความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย

นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ อัดกาแฟ อัดเอ็มร้อย ช่วงใกล้สอบสิวขึ้น หรือแม้กระทั่งความโทรม หัวฟู หน้าสดเข้าคณะ เรียกได้ว่ามีครบ
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่ประสบการณ์ส่วนตัวที่แอดเจอมาเท่านั้น แอดไม่อยากเหมารวมว่า นศภ. ทุกคนจะต้องเครียด ต้องเรียนหนัก ต้องโทรม แต่ถ้าจะให้พูดว่าคณะนี่เรียนชิว สบายๆ มันก็ไม่ใช่ แอดแค่อยากมาแชร์ประสบการณ์ด้านที่อาจจะไม่ดีออกมาบ้าง ให้น้องๆ ลองกลับไปทบทวน หรือแม้กระทั่งการเตรียมตัว เตรียมใจ ก่อนตัดสินใจเข้ามาเรียนอีกครั้ง

ประโยคหนึ่งที่แอดเคยพูดกับน้องในงานแนะแนวคือ

ดีแล้วแหละที่คณะเภสัชสอบเข้ายาก เพราะมันจะได้เป็นตัวกรองขั้นแรกที่จะทำให้คาดหวังได้ว่าเมื่อเข้ามาเรียนแล้วจะจบ

ถ้าน้องสามารถต่อสู้และจัดการกับความกดดันต่างๆ จนสอบเข้ามาได้ ขอให้รู้ว่านั่นจะเป็นภูมิคุ้มกันของน้องในระดับหนึ่งที่จะช่วยให้น้องสามารถรับมือและจัดการกับสิ่งที่หนักมากขึ้นในอนาคตได้ค่ะ ความพยายามในชีวิตมัธยมที่น้องฝึกมาเพื่อสอบเข้ามหาลัย มันมีประโยชน์มากกว่าแค่ “ทำให้สอบติด” แน่นอน
ทุกคนมีสิทธิ์ฝัน แต่ความฝันไม่มีพื้นที่ให้คนที่ไม่พยายามนะคะ

มาร่วมแชร์ประสบการณ์กันค่ะ


Share this:

Posted in การเรียนเภสัช.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น